โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์คืออะไร
เอดส์ หมายถึง กลุ่มอาการที่เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายเสื่อมลงมากเนื่องจาก เอช ไอ วี หรือเชื้อเอดส์ให้เม็ดโลหิตขาวที่เป็นภูมิคุ้มกันถูกทำลายลงจนร่างกายติดเชื้อโรคอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อฉกฉวยโอกาสหรือโรคแทรกซ้อนและมะเร็งบางชนิดซึ่งไม่พบหรือพบได้น้อยในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันปกติ ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยเอดส์จึงมีอาการแสดงออกของโรคต่าง ๆ เช่น ปอดบวม โรคผิวหนัง และอื่น ๆ เป็น ๆ หาย ๆ ถ้าไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ภูมิคุ้มกันจะเสื่อมลงเรื่อย หากไม่ได้รับการรักษาโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ให้ทันท่วงทีผู้ป่วยจะเสียชีวิต ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อเอดส์หรือวัคซีนที่ป้องกันรักษาเอดส์ให้หายได้ อาการและวงจรของเอดส์ เมื่อได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปในร่างกายในระยะแรก อาจจะยังตรวจไม่พบ เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือนแล้วจะตรวจได้ว่ามีร่องรอยการได้รับเชื้อเอดส์หรือมีเลือดบวกเอดส์ จนถึงระยะนี้จะยังไม่ปรากฏอาการ กล่าวคือ การสังเกตลักษณะภายนอกจะบอกไม่ได้ว่าใครได้รับเชื้อเอดส์ ดังนั้น คนที่ดูแข็งแรงอาจมีเชื้อเอดส์อยู่ในตัวและแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ประมาณ 5 ปีหลังจากติดเชื้อเอดส์ บางคนก็จะเริ่มมีอาการของเอดส์บ้าง หรือมีอาการเอดส์อ่อนอยู่ราว 3 – 5 ปี ก่อนจะกลายเป็นเอดส์เต็มขั้น คนที่เป็นเอดส์เต็มขั้นจะมีอาการของโรคติดเชื้อต่าง ๆ และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ หลังจากวินิจฉัยว่าเป็นเอดส์เต็มขั้นแล้ว ผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 2 – 3 ปี แต่อย่าไปวิตกกังวลว่าอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ที่เราเป็นกันเป็นครั้งคราวจะเป็นอาการของเอดส์ ถ้าสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ ภูมิคุ้มกันมีความสำคัญต่อร่างกายเราอย่างไร ถ้าเปรียบเชื้อเอดส์และเชื้อโรคอื่น ๆ เปรียบเสมือนเม็ดฝน เราอาจเปรียบภูมิคุ้มกันเป็นเสมือนร่ม ที่คอยป้องกันไม่ให้เราเปียกฝนจนเจ็บป่วย ถ้าร่มของเราแข็งแรงไม่รั่วไม่ซึมจะสามารถปกป้องเราจากฝนได้ดีแต่ถ้าร่มขาดหรือรั่ว น้ำฝนย่อมผ่านลงมาถูกตัวเราและทำให้เราเจ็บป่วยได้ง่าย ในร่างกายเราจะมีเม็ดเลือดขาวทีเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เมื่อได้รับเชื้อเอดส์ เชื้อเอดส์จะเข้าไปอยู่ในเม็ดเลือดขาว จากนั้นไวรัสจะแบ่งตัวสร้างเชื้อเอดส์ตัวใหม่อีกมากมายเชื้อเอดส์ ก็จะแพร่กระจายออกไปทำลายเม็ดเลือดขาวตัวต่อ ๆ ไปในที่สุดเมื่อเม็ดเลือดขาวถูกทำลายไปมาก ๆ ร่างกายก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคเลย คราวนี้เชื้อโรครอบ ๆ ตัวเราก็ฉวยโอกาสทำให้เราเจ็บป่วยและเสียชีวิต ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำเกิดจากอะไรบ้าง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากเอดส์เท่านั้น อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคขาดอาหาร โรคมะเร็ง การใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาบำบัดรักษามะเร็ง ยาเสตอรอยด์ ที่มีขายกันเกลื่อนท้องตลาด เป็นต้น ดังนั้นบุคคลที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และเกิดโรคต่าง ๆ โดยไม่มีเลือดบวกเอดส์จึงไม่ใช่ผู้ป่วยเอดส์

การติดต่อแพร่เชื้อเอดส์ เชื้อเอดส์แพร่ได้ 2 ทาง คือ
1.ทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันการแพร่เชื้อเอดส์ที่สำคัญที่สุดในเมืองไทย คือ เพศสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับชาย ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นการแพร่เชื้อเอดส์ทางเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายมากที่สุด การร่วมเพศอย่างไม่สำส่อนก็ติดเอดส์ได้ตามสโลแกนที่ว่า " ทีเดียวติดเอดส์ได้ ถ้าไม่ใช้ถุงยางอนามัย "
2.ทางเลือด
2.1 การรับเลือด ผลิตภัณฑ์หรือการผ่าตัดเปลี่ยนรับอวัยวะจากผู้ติดเอดส์ ปัจจุบันการติดทาง วิธีนี้มีน้อย เพราะมีการตรวจเอดส์ในเลือดที่ได้รับบริจาคทุกขวดก่อนที่จะให้กับผู้ต้องรับเลือด
2.2 การใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเสพย์ติดร่วมกัน ทั้งนี้เนื่องจากมีเลือดค้างอยู่และไม่ทำความสะอาดก่อน
2.3 จากมารดาสู่ทารก แม่ที่ติดเชื้อเอดส์จะทำให้ลูกคลอดมาติดเอดส์ประมาณร้อยละ 50 ( รายงานต่างประเทศ ร้อยละ 13 – 73 ) แม่สามารถแพร่เชื้อเอดส์ไปสู่ลูกได้ในระยะตั้งครรภ์ ขณะคลอด และขณะเลี้ยงดูด้วยนมมารดา ในเมืองไทยเด็กติดเอดส์จากมารดามีสูงขึ้นอย่างน่าวิตกทุกคนน่าจะช่วยกันป้องกันโดยด่วน ปัจจุบันประมาณร้อยละ 8 ของผู้ติดเอดส์และผู้ป่วยเป็นเด็กทารก ทารกเหล่านี้ได้รับเชื้อเอดส์จากแม่ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้รับเชื้อเอดส์มาจากสามี

เอดส์กับกามโรค
แม้ว่าไม่เป็นการโรค ท่านก็ติดเอดส์ได้จากการมีเพศสัมพันธ์ได้เพียงครั้งเดียว การติดเชื้อกามโรคต่าง ๆ จะทำให้ติดเอดส์ได้ง่ายขึ้น 5 – 10 เท่า ยิ่งเป็นกามโรคบ่อยครั้งแม้ว่าจะรักษาหายขาดทุกครั้ง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเอดส์ เพราะภูมิคุ้มกันเสื่อมลงโอกาสรับเชื้อเอดส์ก็ยิ่งมากขึ้น กามโรคไม่แสดงอาการในทุกคนที่ติดเชื้อกามโรคบางคนอาจจะไม่มีอาการเลยบางคนอาจจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ดังนั้นหากสงสัยว่าติดกามโรค ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง กามโรคบางชนิดยังไม่มียารักษาให้หายได้ มีแต่ยาควบคุมอาการได้เท่านั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่มีเพศสัมพันธ์กับใครอื่น นอกจากกับสามีหรือภรรยาของตนที่ไม่เลือดบวกเอดส์เท่านั้น ข้อควรจำ อย่าซื้อยารักษาโรคกามโรคด้วยตนเอง เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กามโรคอาจดื้อยาทำให้รักษาได้ยาก

การป้องกันการติดเอดส์
1.งดการเที่ยวแหล่งบริการต่าง ๆ ที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์
2.หากจะมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตาม คุณควรทราบแน่นอนว่าคนนั้นไม่มีเลือดบวกเอดส์ ถ้าไม่แน่ใจควรมี (safe sex) หรือเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
3.หยุดฉีดยาเสพติด หากเลิกไม่ได้ควรใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาที่สะอาดของตนเอง
4.ก่อนแต่งงาน ควรตรวจเลือดทั้งสองฝ่าย
5.ถ้าจะมีบุตร ควรตรวจเลือดทั้งสามีภรรยา เพราะบุตรอาจจะติดเอดส์จากคุณได้ จะเป็นภาระทั้งตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
6.งดดื่มสุราของมึนเมา เพราะจะขาดสติ และอาจพาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง ถ้าพบอุบัติเหตุที่มีเลือดกระจายเวลาจะช่วยเหลือควรใส่ถุงมือหรือถุงพลาสติกทุกครั้ง