DNA คุณรู้จักดีแค่ไหน
 
 ร่างกายคนเราประกอบด้วยเซลล์มากมาย จะหยิบจับส่วนไหนก็ล้วนแล้วแต่มีเซลล์เป็น
 องค์ประกอบอยู่แทบทั้งสิ้นลองนึกภาพง่ายๆ 1 เซลล์เหมือนกับไข่ไก่ 1 ฟองนั่นแหละ
 ไข่แดงเปรียบได้กองบัญชาการควบคุมการทำงานของเซลล์ซึ่งเป็นส่วนที่มีเจ้า DNA
 (Deoxyribonucleic acid) อยู่นี่เองทำหน้าที่สร้างสายโปรตีนต่างๆ ออกมาใช้เป็น
 ส่วนประกอบต่างๆ ในเนื้อเยื่อฮอร์โมน เอ็นไชม์และอีกหลากหลาย ทำให้คนเรามีชีวิต
 อยู่ได้ส่วนไข่ขาวเปรียบได้กับผู้ช่วยประสานงานให้กับกองบัญชาการ หน้าตาของเจ้า
 DNA เป็นเส้นคล้ายสร้อยลูกปัด แต่ละเส้นจะประกอบด้วยอนุพันธ์ย่อยๆ ทางการแพทย์
 เรียกว่า นิวคลีโอไทต์ (Nucleotide) โดยหนึ่งอนุพันธ์ เสมือนลูกปัด 1 เม็ดนั้น
 เอง นิวคลีโอไทด์เหล่านี้จะมีด้วยกัน 4 แบบเป็นโค้ตคือ A C G T จะเรียงลำดับ
 สับไปสับมามีความยาวกว่า 3,000 ล้านต่อเส้นและบางครั้งเส้นสายของ DNA เหล่านี้
 จะขดเกลียวสั้นมากขึ้นมองดูคล้ายปาท่องโก๋เรียกว่า โครโมโซม (Cromosome) คนเรา
 ทุกคนจะมีเส้นสายของ DNA หรือโครโมโซมเหล่านี้ครึ่งหนึ่งได้จากพ่ออีกครึ่งหนึ่ง
 ได้จากแม่ คราวนี้แหละครับที่น่าสนใจ เพราะการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์แต่ละคนจะ
 ไม่เหมือนกัน อย่าง A C G T ที่เรียงลำดับกันนี้ บางช่วงอาจจะมีการเรียงซ้ำเป็น
 ชุดๆได้ เช่น CACACA... ส่วนใหญ่เป็นการซ้ำ 2 3 หรือ 4 ครั้งจนถึง 70 ครั้งได้
 แตกต่างกันไปในแต่ละคน สมมติว่าพ่อมี DNA ที่ระดับอณูชีววิทยานี้ 15 ซ้ำ
 ชุดหนึ่งจากปู่ อีกชุดหนึ่ง 20 ซ้ำจากย่า DNA คือ (15,20) แม่มี DNA 18 ซ้ำจาก
 ตา 22 ซ้ำจากยาย รหัส DNA คือ (18,22) พ่อแม่คู่นี้จะมีโอกาสมีลูกที่มีรหัส DNA
 คือ (15,18) (15,22) (20,18) (20,22) ฉะนั้นการตรวจรหัส DNA จะมีความแม่นยำมาก
 โอกาสที่คนเราจะมีลักษณะเหมือนกันไปเสียหมดทุกตำแหน่งเป็นไปได้ยากมากๆ ยิ่งกว่า
 ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 3 ครั้งเสียอีก ยกเว้นแต่ว่าเป็นฝาแฝดที่
 เกิดจากไข่และเสปิร์มเดียวกันเท่านั้นการตรวจรหัส DNA แบบนี้เรียกว่า
 "ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ (DNA Fingerprint)" ปัจจุบันลายพิมพ์ DNA จึงมีความสำคัญ
 ยิ่งกว่าลายนิ้วมือเสียอีก นำมาใช้ประโยชน์มากมายทางการแพทย์ เช่นติดตามผลการ
 ปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อดูว่าร่างกายผู้ป่วยได้รับเซลล์ใหม่จากผู้บริจาคหรือไม่
 หรือในทางขบวนการยุติธรรม เช่น พิสูจน์คดีฆาตกรรมว่าผู้ตายคือใคร พิสูจน์
 ว่าเด็กที่คลอดมาคือลูกของเราหรือเปล่า และเมื่อเร็วๆนี้ทางกองทัพสหรัฐอเมริกา
 มีแนวคิดที่จะเก็บ DNA ของทหารไว้เพื่อนำมาพิสูจน์ภายหลังถ้ามีการสูญหายในสงครามอีกด้วย