เกร็ด 10 ประการว่าด้วย "บุหรี่"
 
 ถ้าการบุหรี่เป็นสิ่งที่เลิกได้ง่ายๆ บรรดาแพทย์และนักจิตวิทยาคงไม่บอกว่า "บุหรี่คือยาเสพติดชนิดหนึ่ง"
    คนที่สูบบุหรี่แล้วเลิกไม่ได้เพราะติดสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "นิโคติน" ที่อยู่ในบุหรี่ สารชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าสดชื่น ไม่ง่วงนอน และยังทำให้คลายเคลียด ลดความประหม่า ความวิตกกังวล และสร้างอารมณ์เคลิบเคลิ้ม จึงทำให้ผู้สูบบุหรี่หลงใหลการสูบบุหรี่จนยากที่จะเลิกได้ แต่จริงๆ แล้ว การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราใจแข็งพอ และลองพูดคุยปรึกษากับแพทย์
 
    10 ตัวเลขเคล้าชีวิตและน้ำตา
    1. ควันบุหรี่ที่ผู้สูบพ่นออกมาในแต่ละครั้งประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด หลายชนิดเป็นพิษและมีถึง 42 ชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง
    2. ต้นยาสูบที่ใช้ในการทำบุหรี่สามารถปลูกที่ไหนก็ได้ถ้าหากมีปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช ในการทำไร่ยาสูบต้องใช้ปุ๋ยและยาปราบศุตรูพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชาวไร่ยาสูบด้วย
    3. การที่จะให้ได้ใบยาสูบ 1 ตัน ซึ่งใช้ผลิตบุหรี่ได้ 1 ล้านมวน ต้องใช้พื้นที่ในการปลูกประมาณ 10,000 ตารางเมตร หรือประมาณสองเท่าของสนามฟุตบอล
    4. พื้นที่ป่าในประเทศต่างๆ ถูกทำลายไปอย่างมากเพื่อใช้ในการทำไร่ยาสูบ มีการคาดประมาณการว่า ในประเทศมาลาวี 1 ใน 3 ของต้นไม้ที่ถูกตัด ถูกนำมาบ่มใบยาสูบ หรือ 1 ใน 25 ของต้นไม้ที่ถูกตัดทั่วโลก นำมาเพื่อบ่มใบยาสูบ
    5. ทั่วโลกใช้พื้นที่ปลูกยาสูบประมาณ 6 หมื่นล้านตารางเมตร ซึ่งพื้นที่ขนาดนี้สามารถปลูกพืชที่เป็นอาหารเลี้ยงคนได้ถึง 20 ล้านคน
    6. สาเหตุที่มีการทำไร่ยาสูบมากโดยเฉพาะในประเทศที่ด้อยพัฒนาเพราะว่ายาสูบทำรายได้มากกว่าพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ใช้พื้นที่เท่ากัน
    7. อย่างไรก็ตามสิ่งที่ประเทศที่ด้อยพัฒนาได้รับจากการปลูกใบยาสูบเพื่อส่งออกก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องสูญเสียในระยะยาว ตรงกันข้าม เมื่อคนในประเทศนั้นติดบุหรี่กันมากประเทศเหล่านั้นก็ต้องนำเข้าใบยาสูบมากกว่าที่ส่งออกเสียอีก
    8. ประเทศที่ปลูกใบยาสูบ 10 อันดับแรกคือ 1. จีน  2. สหรัฐอเมริกา  3. อินเดีย  4.บราซิล  5. ตุรกี  6. รัสเซีย  7. อิตาลี  8. อินโดนีเซีย 9. ซิมบับเว  10. กรีซ  (ประเทศไทยอยู่อันดับ 19)
    9. ปัจจุบันมีการจำหน่ายบุหรี่ในท้องตลาดประมาณสัปดาห์ละ 100 พันล้านมวน หรือปีละ 7 ล้านล้านมวน
    10. บริษัทบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกของโลกคือ
            1. บริษัทฟิลิปส์ มอริส ผู้ผลิตมาร์ลโบโล มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดถึงร้อยละ 26 มียอดจำหน่ายปี 2540 ถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไร 7,800 ล้านดอลลาร์
            2. บริษัทอาร์เจ เรย์โนลด์ ผู้ผลิตบุหรี่คาร์เมล มีรายได้ทั้งหมด 8,300 ล้านดอลลาร์คิดเป็นกำไร 1,700 ล้านดอลลาร์
            3. บริษัทบริติชอเมริกันโทแบคโค ผู้จำหน่ายบุหรี่ มีรายได้ 12,500 ล้านดอลลาร์คิดเป็นกำไร 1,500 ล้านดอลลาร์