ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปูชนียบุคคลท่านหนึ่งของประเทศไทย

ประวัติ
           นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2459 ที่ตลาดน้อย กรุงเทพมหานคร บิดาชื่อ นายซา เป็นชาวจีนอพยพเข้าเมืองไทยมีอาชีพขายส่งปลา มารดาชื่อนางเซาะเซ็ง มีเชื้อไทย-จีน ครอบครัวนายซาและนางเซาะเซ็ง มีบุตร 7 คน ชาย 5 คน และหญิง 2 คน นายป๋วยเป็นบุตรคนที่ 4

            เมื่อนายป๋วยอายุ 9 ขวบ บิดาได้ถึงแก่แรรม จึงตกเป็นหน้าที่ของมารดาต้องเลี้ยงดูบุตร-ธิดาทั้งหมด นายป๋วยเข้าศึกษาที่โรงเรียน อัสสัมชัญ แผนกภาษาฝรั่งเศส ในชั้น ป.เตรียม เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2467 เลขประจำตัวนักเรียน อสช. 7036 ทำคะแนนได้ดีในวิชาภาษาฝรั่งเศสและคณิตศาสตร์ เมื่อจบการศึกษาในปี 2476 นายป๋วยเริ่มอาชีพครูที่ โรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่ออายุ 17 ปี

            นายป๋วยเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง โดยยังเป็นครูอยู่และได้รับปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิตปี 2480 จึงเริ่มอาชีพใหม่ โดยเป็นล่ามให้กับอาจารย์ฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2481 เมื่อนายป๋วยอายุ 23 ปี ได้สอบแข่งขันทุนรัฐบาล ไปศึกษาต่อทางเศรษฐศาสตร์และการคลังที่ London School of Economics ของมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในปี 2484 ทำให้ได้รับทุก Levernulme Studentship เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอกทันที ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นายป๋วยได้เข้าร่วมขบวนการเสรีไทยในประเทศอังกฤษ โดยอาสาเข้าทำงานใน British Army Pioneers Goprs ทำงนติดต่อระหว่างไทยกับสัมพันธมิตรให้ชื่อรหัสว่า "เข้ม" นายป๋วยเข้าประเทศไทยโดยกระโดดร่มลงที่ชัยนาทและถูกเจ้าหน้าที่ จับกุมตัวนำส่งเข้ากรุงเทพฯ งานสำคัญครั้งนี้คือ การติดต่อส่งข่าวทางวิทยุให้ฝ่ายสัมพันธมิตร นายป๋วยทำหน้าที่นี้จะถึงเดือน พฤษภาคม 2488 จึงได้รับอนุญาต ให้กลับอังกฤษและได้รับการเลื่อนยศเป็นนายพันตรีแห่งกองทัพอังกฤษ ต่อมานายป๋วยได้แต่งงานกับนางสาวมาร์การเร็ต สมิต มีบุตรชายรวม 3 คน

            นายป๋วยเข้ารับราชการในกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในปี 2492 ดำรงตำแหน่งกรรมาการบริหารของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติในปี 2496 เมื่อดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ 7 เดือนเศษ เนื่องจากไม่ยอมดำเนินนโยบายลู่ตามลมจึงต้องออกจากตำแหน่ง ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลังประจำสถานเอกอัครราชฑูตไทยในอังกฤษ

            ปี 2501 นายป๋วยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และในปี 2502 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในปลายปี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ในตำแหน่ง 12 ปี โดยขอลาออกหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ นายป๋วยได้เสริมสร้างความมั่นคงให้เกิด แก่ระบบธนาคารพาณิชย์ และสิ่งที่สำคัญกว่าอื่นใดคือได้ป้องกันมิให้นักการเมืองมีอิทธิพลในการกำหนดนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย

           นอกจากนี้นายป๋วยยังดำรงตำแหน่งในหน่วยงานและคณะกรรมการที่สำคัญอีกหลายชุดทำงานอุทิศตนให้กับบ้านเมืองจนได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ ในปี 2508 นายป๋วยได้รับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2507

         สิ่งที่นายป๋วย ย้ำอยู่เสมอ คือ ความเป็นธรรมในสังคม และเสรีภาพของประชาชน นายป๋วยต้องการเห็นเมืองไทยเปลี่ยนแปลงโดยสันติวิธี
และยึดหลัก "ธรรม คือ อำนาจ" มิใช่ "อำนาจ คือ ธรรม" ดังจะเห็นจากพฤติกรรมส่วนตัวและข้อเขียนในจดหมาย "นายเข้ม เย็นยิ่ง"และบันทึกประชาธรรมโดยสันติวิธีจากข้อเขียนนาน ทำให้นายป๋วยต้องไปสอนหนังสือ ณ มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ แต่ถึงกระนั้น เสียงข่มขู่เอาชีวิตก็ยังไปถึงประเทศอังกฤษ จึงได้ลาออกจากคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษากระทรวงการคลัง เมื่อเดือนสิงหาคม 2515 หลังตุลาคม 2516 นายป๋วยได้กลับมาอาจารย์พิเศษประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และรับตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2518 ต่อมาเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 นายป๋วยได้เผชิญกับมรสุมทางการเมืองอีกครั้งจึงได้พำนักอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ จนถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2542

การศึกษา
พ.ศ. 2476            สำเร็จมัธยมศึกษาจากโรงเรียน อัสสัมชัญ
พ.ศ. 2480            ธรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
พ.ศ. 2484            ปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง London School of Economics มหาวิทยาลัยลอนดอน
พ.ศ. 2492            ปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ London School of Economics มหาวิทยาลัยลอนดอน

ตำแหน่งงานประจำในอดีต
พ.ศ. 2476 - 2480            ครูโรงเรียน อัสสัมชัญ
พ.ศ. 2480 - 2481            ล่ามภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
พ.ศ. 2485 - 2488            รับราชการในกองทัพแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อทำงานให้ขบวนการเสรีไทย
พ.ศ. 2492 - 2499            เศรษฐกร ประจำกระทรวงการคลัง ผู้ชำนาญการคลัง กรมบัญชีกลาง ผู้เชี่ยวชาญการคลัง กระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2496                        รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ดำรงตำแหน่งอยู่ 7 เดือน)
พ.ศ. 2499 - 2502            ที่ปรึกษาเศรษฐกิจการคลัง ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน
พ.ศ. 2502 - 2509            ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
พ.ศ. 2502 - 2514            ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2505 - 2510            ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2507 - 2515            คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2510 - 2515            ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2513                         ศาสตราจารย์พิเศษ Woodrow Wilson School, Princeton University สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2514 - 2516            ศาสตราจารย์พิเศษ University College (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Wolfson College), Cambridge University. สหราชอาณาจักร
พ.ศ. 2516 - 2518            สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
พ.ศ. 2517 - 2518            ประธานคณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2518 - 2519            อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์
    1. Member of the British Empire (M.B.E.) 2489
    2. จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก 2493
    3. ตริตาภรณ์ช้างเผือก 2495
    4. ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย 2496
    5. ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก 2497
    6. ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 2500
    7. ประถมาภรณ์ช้างเผือก 2502
    8. ทุติยจุลจอมเกล้า 2504
    9. มหาวชิรมงกุฎ 2505
  10. มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก 2507
  11. ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ 2508