สามเหลี่ยมทองคำ
                  ในสมัยเมื่อการค้าฝิ่นยังเฟื่องฟู สามเหลี่ยมทองคำเป็นสถานที่ที่ใช้ซื้อขายฝิ่น และเป็นจุดเริ่มต้นของ
          การลำเลียงฝิ่นออกมาจากพื้นที่ และที่มาของคำว่าสามเหลี่ยมทองคำคือการซื้อขายฝิ่นที่ใช้ทองคำเป็น
          หลัก ซึ่งต้องทำการพิสูจน์ทองคำว่าจริงหรือปลอมโดยการผ่าทองออกเป็น 2 ส่วนเป็นรูปสามเหลี่ยม 2
          อัน ประกอบกับเป็นความบังเอิญที่ในบริเวณนั้นเป็นเขตติดต่อของสามประเทศคือ พม่า ไทย ลาว เป็น
          ลักษณะสามเส้า และมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดน พื้นที่ที่อยู่ในประเทศไทยคือที่ตำบลสบรวก อำเภอเชียง
          แสนจังหวัดเชียงราย สบรวกหมายถึงสถานที่ที่แม่น้ำสายซึ่งไหลมาจากอำเภอแม่สาย ไหลมาบรรจบแม่
          น้ำรวกที่นี่ และกลายเป็นแม่น้ำรวก ก่อนที่จะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงตรงบริเวณหักมุมของแม่น้ำ จึง
          เรียกว่า สบรวก บริเวณสามเหลี่ยมทองคำมีเนื้อที่รวมประมาณ 100,000 ตร.กม.

          แม่น้ำโขง
          มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศทิเบธ เป็นแม่น้ำที่ได้ชื่อว่าไหลผ่านประเทศ
          ต่างๆมากที่สุดคือ ไหลผ่านประเทศจีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และไหลออกทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียต
          นาม และเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาปเขมร มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2,650 ไมล์ (4,000 กม.) ส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำคือ 15 เมตร
          ส่วนที่ตื้นที่สุด 5 เมตร มีพันธุ์ปลาที่สำคัญคือ ปลาบึก [Gian Cat Fish] ซึ่งเป็นพันธุ์ปลาที่มีถิ่นอาศัยเพียงแห่งเดียวในโลกคือในแม่น้ำโขง

          ฝิ่น
          ฝิ่นมีต้นกำเนิดมาจากแถบบริเวณรอบอ่าวเปอร์เซีย แล้วจึงแพร่หลายเข้ามาในแถบเอเซียในภายหลัง
          โดยการติดต่อค้าขาย และเข้าไปในจีนในที่สุด ซึ่งในจีนมีการบริโภคฝิ่นกันอย่างแพร่หลาย ในช่วงปี
          คศ.1839 อังกฤษคือผู้ควบคุมกิจการค้าฝิ่นหลักในจีน เมื่อทางการจีนพยายามเลิกการสูบฝิ่นจึงเกิด
          เป็นสงครามฝิ่นขึ้นในประเทศจีนในปีคศ.1839 สงครามดำเนินอยู่เป็นเวลา 3 ปี และจีนเป็นฝ่ายแพ้
          ทำให้ชาวเขาที่อยู่ทางตอนใต้ของจีนต้องพากันอพยพลงมาทางใต้ และได้นำฝิ่นติดตัวลงมาด้วย จนใน
          ที่สุดก็ได้พากันมาอยู่ทางบริเวณตอนเหนือของประเทศไทย รวมทั้งในลาวและพม่าบางส่วน และกลาย
          เป็นแหล่งใหญ่ในการผลิตฝิ่นในเวลาต่อมา ซึ่งมีนาย จาง ซีฟู ซึ่งเคยเป็นทหารในหน่วยสืบราชการลับ
          ของพม่ามาก่อนเป็นผู้ควบคุมการปลูกฝิ่นรายใหญ่ เนื่องจากจางซีฟูต้องการทุนในการต่อสู้กับรัฐบาล
          พม่า แต่ในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าไม่มีการปลูกฝิ่นในพื้นที่ของประเทศไทยอีกแล้ว ด้วยพระปรีชาของ
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันที่ทรงมีโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่
          ของชนชาวเขา จนในที่สุดชาวเขาที่เคยปลูกฝิ่นก็เลิกปลูกฝิ่น และหันมาทำการเกษตรในประเภทอื่นๆ
          แทน

          ระยะเวลาของการปลูกฝิ่น
          เตรียมเครื่องมือ มีนาคม - เมษายน
          ถาง - เผาไร่ กรกฎาคม - สิงหาคม
          หว่านเมล็ด กันยายน
          ถอนสางระยะฝิ่นและกำจัดวัชพืช สิงหาคม
          ดอกฝิ่นบาน พฤษจิกายน - ธันวาคม
          กรีดฝิ่น [Scoring Poppy Pods] ธันวาคม - มกราคม
          ปาดยาง [Scraping Raw Opium] ธันวาคม - มกราคม
          เก็บเมล็ดพันธุ์ กุมภาพันธ์ - มีนาคม

          ยางฝิ่นที่เก็บเกี่ยวมาได้เรียกว่า ฝิ่นดิบ มีสีน้ำตาลไหม้ ถ้ากลืนฝิ่นดิบสดๆ จะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ชาวจีนโบราณใช้วิธีกลืนฝิ่นดิบเพื่อฆ่าตัวตาย
          เมื่อนำฝิ่นมาเข้ากรรมวิธีการผลิตจะได้มอร์ฟีนในปริมาณ
          ฝิ่น 10 ส่วน มอร์ฟีน 1ส่วน เมื่อนำมอร์ฟีนไปทำเป็นเฮโรอีน ก็จะได้เฮโรอีนในปริมาณ 10 ต่อ 1 ส่วน
          เช่นเดียวกัน ดังนั้นเฮโรอีนจึงมีฤทธิ์มากกว่าฝิ่นถึง 100 เท่า ผู้ที่ทำการผลิตเฮโรอีนเป็นรายแรกของโลก
          คือบริษัทยาจากประเทศเยอรมันนี เฮโรอีนที่มีคุณภาพดีที่สุดคือเฮโรอีนที่ได้จากดอกฝิ่นสีขาว ชมพูและ
          สีม่วงตามลำดับ เฮโรอีนที่ได้จากดอกฝิ่นสีขาวคือเฮโรอีนเบอร์ 4 ใช้สำหรับการฉีดเข้าเส้น ส่วนสีชมพู
          และสีม่วงจะได้เฮโรอีนเบอร์ 5 และเบอร์ 3 ตามลำดับเป็นเฮโรอีนที่ใช้สำหรับสูบ

          ชื่อฝิ่นในภาษาลาตินคือ Somni Ferum : Somni แปลว่า หลับ Ferum แปลว่าทำให้ ฝิ่นจึงมีความหมาย
          รวมว่า ทำให้หลับ เนื่องจากคนในสมัยโบราณที่อยู่ทางแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนซึ่งเป็นถิ่นต้นกำเนิด
          ของฝิ่น จะใช้ฝิ่นเพื่อเป็นตัวยาระงับความเจ็บปวดและทำให้หลับเพื่อการรักษาโรค